Plastic Bag Cost Calculator | Compare Price per Bag and kg

Plastic Bag Cost Calculator | Compare Price per Bag and kg

สารบัญ

คำตอบสั้น: คำนวณต้นทุนถุงพลาสติกให้เทียบกันได้อย่างไร

การคำนวณต้นทุนถุงพลาสติกให้เทียบกันได้ ต้องทำ 3 เรื่องตามลำดับ คือ เทียบสเปกเดียวกัน แปลงราคาให้อยู่บนฐานเดียวกัน และรวมรายการที่ยังไม่รวมในใบเสนอราคา ไม่ควรตัดสินจากตัวเลขต่อใบหรือต่อกิโลเพียงอย่างเดียว เพราะน้ำหนัก รูปแบบถุง งานพิมพ์ และค่าใช้จ่ายประกอบอาจไม่เท่ากัน

วิธีเริ่มต้นที่ใช้ได้กับใบเสนอราคาหลายแบบมีดังนี้

  1. ระบุสเปกให้ตรงกันก่อน ได้แก่ วัสดุ ขนาด ความหนา รูปแบบถุง จำนวน และงานพิมพ์ที่ต้องการ
  2. ถ้าเสนอราคาเป็น ต่อใบ ให้ใช้ราคานั้นคูณจำนวนใบที่ต้องการ
  3. ถ้าเสนอราคาเป็น ต่อ 1,000 ใบ ให้หารด้วย 1,000 เพื่อหาราคาต่อใบ แล้วจึงคูณจำนวนจริง
  4. ถ้าเสนอราคาเป็น ต่อกิโลกรัม ให้ใช้น้ำหนักจริงต่อใบแปลงเป็นราคาต่อใบ หรือนำน้ำหนักรวมที่คำนวณได้ไปคูณราคาต่อกิโลกรัม
  5. ตรวจว่างานพิมพ์ ค่าเตรียมงาน ค่าแพ็ก ค่าขนส่ง ภาษี หรือรายการอื่นรวมอยู่แล้วหรือแยกต่างหาก

หลักจำง่ายคือ “เทียบสเปกเดียวกัน แปลงเป็นฐานเดียวกัน แล้วรวมรายการที่ยังไม่รวม” หากน้ำหนักหรือรายการค่าใช้จ่ายยังไม่ชัด ควรระบุเป็นประมาณการและขอผู้ขายยืนยันก่อนใช้ตัวเลขทำงบประมาณจริง

โต๊ะเปรียบเทียบต้นทุนถุงพลาสติก

เริ่มจากน้ำหนักจริงและสเปกของถุง ไม่เดาจากขนาดอย่างเดียว

ราคาต่อกิโลกรัมจะเปลี่ยนเป็นราคาต่อใบได้ก็ต่อเมื่อรู้ว่าสินค้าแต่ละใบหนักเท่าไร น้ำหนักต่อใบไม่ได้ขึ้นกับขนาดภายนอกอย่างเดียว แต่ยังเปลี่ยนตามวัสดุ ความหนา จำนวนชั้น จีบ หูหิ้ว รอยซีล การเจาะ และรายละเอียดของรูปแบบถุงด้วย ดังนั้นถุงที่ดูมีขนาดใกล้กันอาจมีน้ำหนักและต้นทุนต่อใบต่างกันได้

สำหรับการทำงบประมาณเบื้องต้น ควรใช้ตัวอย่างถุงที่ชั่งจริง หรือใช้น้ำหนักที่ผู้ผลิตยืนยันในใบเสนอราคา หากชั่งหลายใบพร้อมกัน ให้ใช้จำนวนใบและน้ำหนักรวมเพื่อหาค่าเฉลี่ย ดังนี้

  • น้ำหนักต่อใบ (กรัม) = น้ำหนักของตัวอย่าง (กรัม) ÷ จำนวนใบที่ชั่ง
  • จำนวนใบต่อกิโลกรัม = 1,000 ÷ น้ำหนักต่อใบ (กรัม)
  • น้ำหนักรวมโดยประมาณ (กิโลกรัม) = จำนวนใบ × น้ำหนักต่อใบ (กรัม) ÷ 1,000

ตัวอย่างเช่น ถ้าชั่งถุงชนิดเดียวกันหลายใบแล้วได้ค่าเฉลี่ย 12.5 กรัมต่อใบ จะคำนวณจำนวนโดยประมาณได้ว่า 1,000 ÷ 12.5 = 80 ใบต่อกิโลกรัม การคำนวณนี้เป็นฐานแปลงหน่วย ไม่ใช่การรับรองว่าน้ำหนักทุกใบจะเท่ากันตลอดการผลิต

การคำนวณจากขนาดและความหนาโดยไม่ชั่งตัวอย่างอาจใช้ประเมินคร่าว ๆ ได้ แต่ไม่ควรนำค่าที่สมมติขึ้นไปสรุปเป็นน้ำหนักจริงของงาน เพราะโครงสร้างถุงและรายละเอียดการผลิตมีผลต่อปริมาณวัสดุ หากยังไม่มีตัวอย่าง ให้เขียนในตารางคำนวณว่าน้ำหนักเป็น “ค่าประมาณ” และขอข้อมูลยืนยันจากผู้ขายก่อนเปรียบเทียบยอดสุดท้าย

สูตรแปลงราคาต่อใบ ต่อ 1,000 ใบ และต่อกิโลกรัม

เมื่อสเปกและน้ำหนักอ้างอิงชัดแล้ว ให้แปลงใบเสนอราคาทุกใบเป็นหน่วยเดียวกัน เช่น ต้นทุนต่อใบหรือต้นทุนรวมของจำนวนที่ต้องการ สูตรพื้นฐานมีดังนี้

  • ราคาต่อใบจากราคาต่อ 1,000 ใบ = ราคา 1,000 ใบ ÷ 1,000
  • ราคาต่อใบจากราคาต่อกิโลกรัม = ราคาต่อกิโลกรัม × น้ำหนักต่อใบ (กรัม) ÷ 1,000
  • ต้นทุนสินค้าตามจำนวน = ราคาต่อใบ × จำนวนใบ
  • ต้นทุนรวมเบื้องต้น = ต้นทุนสินค้าตามฐานราคา + รายการค่าใช้จ่ายที่ระบุว่าไม่รวม
ฐานราคาในใบเสนอราคา วิธีแปลงเพื่อเทียบ ต้องตรวจเพิ่ม
ต่อใบ ใช้ราคาเป็นหน่วยเดียวกัน แล้วคูณจำนวนใบ จำนวนใบในแพ็กหรือมัด และรายการที่รวมอยู่แล้ว
ต่อ 1,000 ใบ หาร 1,000 เป็นราคาต่อใบ แล้วคูณจำนวน จำนวนที่ใช้คำนวณในใบเสนอราคา และหน่วยการส่งมอบ
ต่อกิโลกรัม คูณด้วยน้ำหนักต่อใบจริง แล้วคูณจำนวนใบ น้ำหนักอ้างอิง วัสดุ รูปแบบถุง และการปัดเศษ

ถ้าใบเสนอราคาเป็นต่อกิโลกรัมและมีน้ำหนักต่อใบ 10 กรัม ราคาต่อใบตามวัสดุจะเท่ากับราคาต่อกิโลกรัม × 10 ÷ 1,000 แต่ถ้าในใบเสนอราคามีค่าพิมพ์ ค่าเตรียมงาน หรือค่าแพ็กแยกต่างหาก ต้องนำรายการเหล่านั้นมารวมในต้นทุนรวมด้วย ไม่ควรนำเฉพาะค่าวัสดุไปเทียบกับใบที่รวมงานครบแล้ว

ราคาต่อกิโลไม่ได้ถูกกว่าหรือแพงกว่าราคาต่อใบโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ขึ้นกับน้ำหนักจริงและรายการประกอบ หากน้ำหนักยังไม่ยืนยัน ให้แสดงผลเป็น “ประมาณการจากน้ำหนักอ้างอิง” และขอให้ผู้ขายระบุวิธีคิดหรือยอดรวมสุดท้ายเป็นลายลักษณ์อักษร

การเปรียบเทียบน้ำหนักและจำนวนถุงพลาสติก

ตรวจองค์ประกอบต้นทุนในใบเสนอราคาให้ครบก่อนรวมยอด

การเทียบแบบ like-for-like หรือการเทียบข้อเสนอที่มีเงื่อนไขเดียวกัน ต้องดูทั้งตัวสินค้า งานเพิ่มเติม และการส่งมอบ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขหลักที่พิมพ์เด่นที่สุดในเอกสาร รายการหนึ่งอาจรวมอยู่ในราคาแล้ว แต่อีกรายการอาจระบุแยกต่างหาก ขึ้นกับวิธีจัดทำใบเสนอราคาแต่ละฉบับ จึงต้องตรวจเป็นรายใบ เพื่อเข้าใจตัวแปรการผลิตที่กระทบต้นทุน ดู กระบวนการผลิตถุงพลาสติก.

รายละเอียดที่ 1: ตัวสินค้า

ตรวจว่าวัสดุ ขนาด ความหนา รูปแบบถุง จำนวนชั้น จีบ หูหิ้ว รอยซีล และจำนวนสั่งตรงกันหรือไม่ หากตัวแปรใดต่างกัน แม้ชื่อเรียกสินค้าจะคล้ายกัน ก็ไม่ควรนำราคาไปสรุปว่าเป็นข้อเสนอชนิดเดียวกัน

รายละเอียดที่ 2: งานเพิ่มเติม

ดูว่ามีการระบุงานพิมพ์ สีหรือตำแหน่งตามแบบ ค่าเตรียมงาน เพลท แม่พิมพ์ หรือค่าตั้งเครื่องหรือไม่ รายการเหล่านี้ อาจรวมอยู่ในราคา หรืออาจคิดแยกต่างหาก ตามเงื่อนไขของใบเสนอราคา อย่าคาดเดาว่ารวมแล้วเพียงเพราะไม่ได้เห็นตัวเลขแยกในตอนแรก

รายละเอียดที่ 3: การส่งมอบและภาษี

ตรวจค่าแพ็ก บรรจุภัณฑ์ภายนอก ค่าขนส่ง เงื่อนไขส่งมอบ ภาษี และรายการอื่นที่ระบุว่าแยกต่างหาก บางใบอาจแสดงยอดก่อนรายการเหล่านี้ บางใบอาจรวมไว้แล้ว ให้ทำเครื่องหมายแต่ละบรรทัดว่า รวมแล้ว, ไม่รวม, คิดเพิ่มตามจริง หรือ ยังไม่ระบุ

สำหรับงานสั่งทำ ควรเตรียมสเปกให้ครบก่อนขอราคา และดูแนวทาง สินค้าสั่งทำตามสเปก เป็นบริบทประกอบได้ แต่หน้าแนะนำบริการไม่สามารถใช้แทนใบเสนอราคาของงานจริงได้ หากมีงานพิมพ์ ควรอ่าน การเตรียมไฟล์พิมพ์ถุงพลาสติก.

อย่าเปรียบเทียบใบที่รวมงานพิมพ์กับใบที่คิดเฉพาะถุงเปล่า และตรวจด้วยว่าจำนวนในเอกสารหมายถึงจำนวนผลิต จำนวนส่งมอบ หรือจำนวนต่อแพ็ก/ต่อมัด เพราะคำว่า “จำนวน” อาจใช้คนละฐานกัน

ตัวอย่างสมมติ: แปลงราคาคนละฐานให้เป็นต้นทุนชุดเดียวกัน

ตัวอย่างสมมติ ตัวเลขเพื่ออธิบายวิธีคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่ราคา สเปก หรือเงื่อนไขของ Polyplastic

สมมติว่าต้องการถุงสเปกเดียวกันจำนวน 20,000 ใบ และชั่งตัวอย่างได้ 12.5 กรัมต่อใบ มีใบเสนอราคา 2 แบบดังนี้

  • ใบเสนอราคา A: 2.20 บาทต่อใบ รวมถุงตามสเปก แต่ยังไม่รวมค่าขนส่ง 1,200 บาท
  • ใบเสนอราคา B: 140 บาทต่อกิโลกรัม และแยกค่างานพิมพ์ 4,500 บาท ค่าเตรียมงาน 2,000 บาท ค่าแพ็ก 800 บาท และค่าขนส่ง 1,200 บาท

ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขประดิษฐ์เพื่อสาธิตเท่านั้น และตัวอย่างนี้ ยังไม่รวมภาษี หากใบเสนอราคากำหนดภาษีแยกต่างหาก

ข้อมูลในใบเสนอราคาจริงอาจปรับเปลี่ยนไปตามสเปก กรรมวิธีการผลิต หรือรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ จึงควรให้ผู้ขายยืนยันรายละเอียดก่อนใช้คำนวณงบประมาณ

ขั้นที่ 1 หาจำนวนใบต่อกิโลกรัม

น้ำหนักต่อใบคือ 12.5 กรัม จึงคำนวณได้ว่า

1,000 ÷ 12.5 = 80 ใบต่อกิโลกรัม

ขั้นที่ 2 หาน้ำหนักรวมของจำนวนที่ต้องการ

20,000 × 12.5 ÷ 1,000 = 250 กิโลกรัม

ดังนั้น ใบเสนอราคา B จะใช้น้ำหนักรวมโดยประมาณ 250 กิโลกรัมเป็นฐานคำนวณ

ขั้นที่ 3 คำนวณต้นทุนของใบเสนอราคา B

ค่าวัสดุตามน้ำหนักคือ 140 × 250 = 35,000 บาท จากนั้นรวมรายการที่แยกต่างหาก

35,000 + 4,500 + 2,000 + 800 + 1,200 = 43,500 บาท

ขั้นที่ 4 คำนวณต้นทุนของใบเสนอราคา A

ราคาถุงตามจำนวนคือ 2.20 × 20,000 = 44,000 บาท เมื่อบวกค่าขนส่ง 1,200 บาท จะได้

44,000 + 1,200 = 45,200 บาท

จากตัวเลขสมมตินี้ A มีต้นทุน 45,200 บาท และ B มีต้นทุน 43,500 บาท ก่อนภาษี อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปทันทีว่า B เป็นข้อเสนอที่ดีกว่า จนกว่าจะตรวจว่ารายการพิมพ์ รูปแบบถุง จำนวนส่งมอบ เงื่อนไขแพ็ก และภาษีของทั้งสองใบเทียบกันจริงหรือไม่

ตัวอย่างนี้แสดงเพียงวิธีแปลงฐานราคาและรวมรายการที่แยกต่างหาก ไม่ใช่คำตอบสำหรับงานจริง การคำนวณจะน่าเชื่อถือขึ้นเมื่อผู้ขายยืนยันน้ำหนัก สเปก โครงสร้างถุง และเงื่อนไขทั้งหมดในใบเสนอราคา

เช็กลิสต์ตรวจใบเสนอราคาก่อนเลือกผู้ผลิตหรือสั่งซื้อ

ใช้รายการต่อไปนี้ตรวจทีละใบก่อนนำยอดมาเปรียบเทียบ

  • [ ] ชื่อวัสดุและรูปแบบถุงตรงกันทุกใบเสนอราคา
  • [ ] ขนาด ความหนา จำนวนชั้น จีบ หูหิ้ว และรอยซีลระบุครบ
  • [ ] จำนวนที่เสนอราคาเป็นจำนวนเดียวกัน และเข้าใจหน่วยต่อใบ ต่อแพ็ก หรือต่อมัด
  • [ ] ฐานราคาเป็นต่อใบ ต่อ 1,000 ใบ หรือต่อกิโลกรัมอย่างชัดเจน
  • [ ] มีน้ำหนักต่อใบหรือน้ำหนักรวมที่ใช้เป็นฐานคำนวณ และทราบว่าเป็นค่าจริงหรือประมาณการ
  • [ ] งานพิมพ์ สี ค่าเพลท ค่าเตรียมงาน หรือค่าตั้งเครื่องระบุสถานะรวม/ไม่รวมแล้ว
  • [ ] ค่าแพ็ก ค่าขนส่ง ภาษี และรายการแยกอื่นระบุสถานะครบ
  • [ ] ทราบวันมีผลของใบเสนอราคาและเงื่อนไขเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสเปก
  • [ ] ขอให้ผู้ขายยืนยันยอดรวมสุดท้ายและหน่วยราคาเป็นลายลักษณ์อักษร
  • [ ] เก็บตัวอย่างหรือข้อมูลน้ำหนักจริงไว้เทียบตอนรับสินค้า

ก่อนขอราคา ควรส่งข้อมูลสเปกและคำถามที่ยังไม่ชัดเจนไปพร้อมกัน แทนการขอเพียง “ราคาถุงทั่วไป” เพราะคำขอที่ไม่ระบุฐานราคาและรายละเอียดงานอาจทำให้ข้อเสนอแต่ละใบมีขอบเขตไม่เท่ากัน คำถามที่ควรถามให้ชัด ได้แก่ ราคานี้คิดจากน้ำหนักเท่าไร รายการใดรวมแล้ว รายการใดคิดเพิ่ม และยอดสุดท้ายรวมการส่งมอบหรือยัง

การตรวจใบเสนอราคาถุงพลาสติก

สรุปวิธีคำนวณและขั้นตอนขอราคาจริง

  • ใช้น้ำหนักต่อใบจริง หรือข้อมูลน้ำหนักที่ผู้ผลิตยืนยัน เพื่อแปลงราคาต่อกิโลกรัม ไม่เดาจากขนาดภายนอกเพียงอย่างเดียว
  • แปลงราคาต่อใบ ต่อ 1,000 ใบ และต่อกิโลกรัมให้อยู่หน่วยเดียวกันก่อนเทียบ
  • ตรวจสเปกและรายการที่รวม/ไม่รวม โดยเฉพาะงานพิมพ์ ค่าเตรียมงาน ค่าแพ็ก ค่าขนส่ง และภาษี
  • มองต้นทุนรวมของงานเดียวกัน ไม่ตัดสินจากราคาต่อหน่วยที่ดูต่ำกว่า และขอให้ยืนยันยอดรวมกับหน่วยราคาเป็นลายลักษณ์อักษร

เมื่อมีสเปกแล้ว ให้เตรียมขนาด วัสดุ ความหนา รูปแบบถุง จำนวน งานพิมพ์ และเงื่อนไขการจัดส่งเท่าที่ทราบ เพื่อ ติดต่อเพื่อขอใบเสนอราคา และสอบถามรายการที่ยังไม่ชัดเจนได้ตรงจุด

Scroll to Top